Replay Ep.1
posted on 06 Dec 2008 23:52 by replaystory
Replay ep 1
STORY BY DIY
Romantic Comedy Fiction
Couple : จงฮยอน>คิบอม>อนยู>เเทมิน>มินโฮ
[> = ชอบ]
DIY Talk : ตอนนี้อาจจะยังไม่มีอะไรมาก นอกจากจะเปิดตัวละครเฉยๆนะคะ ดูจากคู่เเล้ว อาจจะเหมือนรักห้าเศร้า เเต่เรื่องก็ไม่เศร้าน้า 55+ ฟิคออกเเนวฮาๆมากกว่า (มั้ง) สุดท้ายน้องๆก็จะมีคู่ของตัวเอง รับรองว่าไม่ 5 พี ก๊ากกก ตอนนี้คู่ไหนเราก็คิดไว้ในหัวอยู่เหมือนกัน เเต่ก็ไม่ได้ฟันธงมากมาย เเต่คือคู่จะไม่พ้นไอ้ที่เเอบชอบกันน่ะเเหละ ขึ้นอยู่กับน้องๆว่าจะเลือกคนที่เรารัก หรือคนที่รักเรา..(หรืออาจจะไปชอบมารหัวใจ อาไรเเบบเน้ ก๊ากกกก)
ยังไงก็ฝากด้วยน้า ^^ จะพยายามมาอัพเดทบ่อยๆค่า ขอบคุณคร้าบ~~~~
PLAY.......
“อะโหลๆ....ร้านบะหมี่ใช่ไหมฮ้า เดี้ยนขอสั่งบะหมี่ฮ้า~ 10 ชาม เอ๊ย ไม่เอา เอาเป็น 20 ชามเลยดีกว่า ขอด่วนเลยนะฮ้า ถนนนัมแดมุน เลขที่ 5 หลังสีขาว ย้ำว่าขอแบบด่วนมากๆๆๆๆ รีบที่สุดเลยนะฮ้า~ปิ๊บ” เสียงอู้อี้จากการบีบจมูกเพื่อดัดเสียงเงียบหายไปเมื่อเจ้าของมือถือกดวางสาย ถึงแม้จะไม่ได้กลั้นจมูกแล้วแต่ก็แทบไม่ได้หายใจ แผ่นหลังที่แนบสนิทกับผนังตึกเริ่มเปียกชื้น ใจเต้นรัวตึกตักเพื่อรอสัญญาณนับถอยหลัง
....3
...2
....1
“อนยูลื้ออยู่หนายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!”
โป๊ะเชะ~!
กำมือทำท่าเยส เยส กับตัวเอง กระโดดดีใจอยู่กับที่เหมือนคนบ้าพอเป็นพิธี ก่อนจะรีบวิ่งออกจากซอกตึกแล้วเลี้ยวขวาเพื่อตรงดิ่งกลับร้าน จริงๆก็ต้องวิ่งอีกเยอะทีเดียวกว่าจะถึงที่หมาย ก็เล่นลงทุนไปซ่อนตรงซอกตึกห่างจากร้านไปสามช่วงตึกนี่ถือว่าลงทุนอยู่ใช่ย่อย....แต่พลังเสียงอาป๊านี่ก็สุดยอด...ไกลแค่ไหนก็ยังได้ยินชัดแจ๋ว~
[ลี อนยู : 18 ปี]
เพราะรีบมากเลยเกือบชนลูกค้าที่เพิ่งเดินออกจากร้าน ยะฮู้! เซฟ!! ดีนะแค่เกือบชน ปกติแล้วถ้าไม่ล้มไปทั้งคู่ อนยูต้องมีได้แผลเพราะล้มก้นจ้ำเบ้าบ้างล่ะ ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ ก็รีบวิ่งเข้าไปในร้าน หยุดฝีเท้าตรงโต๊ะไม้ตัวที่ใกล้กับห้องทำบะหมี่แล้วรายงานตัวเสียงหอบฮัก
“มาแล้วฮะ มีอะไรเหรอป๊า” วู้ว...เซฟอีกรอบ! ถ้าเป็นปกติวิ่งมาแบบนี้ชนขอบโต๊ะโครมไปแล้วนะเนี่ย ช่วยไม่ได้ อนยูไม่ได้อยากซุ่มซ่ามนี่นา มันเป็นกรรมพันธุ์ต่างหากล่ะ บ้านเขาน่ะเป็นทั้งบ้านแหละ
“มีลูกค้ารายใหญ่ให้อั๊วไปส่งบะหมี่ใช่ไหมป๊า” ถึงจะหอบหายใจแต่ก็พยายามเก็บอาการดีอกดีใจไม่ให้เป็นที่สงสัย ถ้าไม่นับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าขาวๆที่พยายามหุบแต่หุบไม่ได้ ไอ้ตายิบหยีแบบหนุ่มตี๋แกล้งทำตาโตรอฟังผู้เป็นบิดาว่า ‘เรียกมาทำไม’ ก็พอไปวัดไปวาได้อยู่หรอก
อนยูไม่ใช่คนจีน ถึงตัวจะขาวๆ ตาจะตี่ๆ ดูยังไงก็เป็นหนุ่มหน้าตี๋ แต่อนยูก็เป็นคนเกาหลีแท้ดั้งเดิมไม่มีเจือปน แต่อารามชื่อ ‘หอเจี๊ยะ รามยอน’ ร้านบะหมี่อร่อยเด็ดสูตรลับจากจีนของป๊า ประกอบกับหน้าตาเหมือนคนจีนทั้งบ้าน เพื่อการค้าเลยต้องเรียกกันเจ๊กๆ เรียกอั๊วเรียกลื้อ ให้สมกับการโม้หลอกลูกค้าว่าเป็นบะหมี่สูตรดั้งเดิมจากไหหลำที่จำมาจากบรรพบุรุษที่เสื่อผืนหมอนใบมาจากแผ่นดินใหญ่ ทั้งที่จริงก็อยู่เกาหลีกันมาตั้งแต่แรกทั้งโคตรน่ะแหละ...~ สูตรก็ดูจากในทีวีเอาทั้งนั้น แต่ช่างเถอะ...จริงๆ การเป็นอาตี๋อนยูมันก็ไม่เสียหายอะไรเท่าไหร่นักหรอก~
ชายวัยใกล้ฝั่งที่หน้าตา ‘เจ๊ก’ พอกันเงยหน้ามามองลูกชายที่เพิ่งมาถึง ใช้ผ้าขนหนูสีมอๆที่พาดอยู่ที่ไหล่เช็ดเหงื่อที่หน้าผากแล้วเริ่มบ่น
“อนยูลื้อไปไหนมาว้า อั๊วเรียกหาตั้งนาน แล้วนี่รู้ได้ไงมีคนสั่งบะหมี่เรา แถมสั่งเยอะเสียด้วย ลูกค้ารายใหญ่เลย!!” คนเป็นพ่อเงียบเสียงไปนิด เหลือบซ้ายแลขวาก่อนจะยื่นหน้ามากระซิบกับลูกชายเสียงเบา
“จริงๆยังมีคิวคนในร้านอยู่อีกสองสามโต๊ะ แต่ลัดคิวทำไอ้ 20 ชามนี้ก่อนแล้วกัน ท่าทางจะเป็นงานเลี้ยง เพราะเขาบอกว่ารีบมาก ลื๊อไปเอารถยนต์ออกเลยนะ”
อนยูร้องเยสในใจ คิดผิดซะที่ไหน! ว่าแล้วเชียวพอสั่งถึง 20 ชามก็มีลัดคิวด้วย แถมได้ใช้รถยนต์อีก!
“โหย ป๊า อย่างนี้ต้องรีบเลยนะเนี่ย อั๊วว่าชักช้า ร้านเราเสียชื่อแย่ เขาย้ำว่าด่วนมากไม่ใช่เหรอป๊า ทำเลยป๊าทำเลย”เดินเข้าไปดันหลังอาป๊า แล้วบีบนวดที่ไหล่ให้อย่างเอาใจ
“เออใช่ งั้นเดี๋ยวอั๊วโทรเรียกอาชานซองมาช่วยด้วยดีกว่า ไปช่วยลื้อขน” 20 ชาม เยอะใช่เล่นนี่นา แถมอาอนยูน่ะหยิบจับอะไรเป็นหายนะลงทันที ไว้ใจให้ขนคนเดียวได้ที่ไหน ทันทีที่ผู้เป็นพ่อล้วงหยิบโทรศัพท์ คนเป็นลูกชายก็ชะงักรีบร้องห้าม
“โหย ป๊า เอาน่าอั๊วคนเดียวเหลือแหล่ อย่าไปรบกวนชานซองมันเลย ช่วงนี้มันเตรียมสอบอยู่ รีบๆไปทำเถอะเดี๋ยวอั๋วขับรถไปส่งทีเดียวอยู่!” นิ่งลังเลอยู่ไม่นานก็ยอมฟังลูกชายกลับเข้าไปทำบะหมี่อย่างอารมณ์ดี
.
.
.
“ขับระวังๆนะ อนยูอ่าลื้อยังต้องสืบทอดกิจการ ‘หอเจี๊ยะ รามยอน’อยู่นะ ขับดีๆให้ถึงมือลูกค้าล่ะ~แล้วอย่าลืมเก็บเงินมาให้ครบด้วยนะ”
“ไม่ต้องห่วงนะป๊า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอนยูคนนี้เถอะ!” ชูนิ้วหลอกล่อ แถมยังรับปากมั่นเหมาะ ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วทิ้งผู้เป็นบิดาโบกมือหยอยๆอย่างปลาบปลื้มไว้ไกลลิบๆ นับวันพันปีมันไม่เคยกระตือรือร้นขนาดนี้ วันนี้เป็นอะไรว้า~
พอขับพ้นซอยร้าน คนตาตี่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เหลือบมองทางกระจกหลัง....20 ชาม เฮ้อ....ค่าขนมเขาทั้งเดือนเลยนะนั่น แต่ถ้าแลกกับการได้ออกมาข้างนอกแบบนี้มันก็คุ้มแหละน้า ป๊าลืมไปแล้วน่ะสิว่าวันนี้วันอะไร เจอคำว่า 20 ชามเข้าไปถึงกับลืมไปเลยว่าเคยสั่งห้ามไม่ให้วันนี้เขาออกไปไหน
อมยูยิ้มอารมณืดี ก่อนจะหักพวงมาลัยเลี้ยวไปจอดรถที่ข้างทาง ยืดตัวไปข้างหลังคว้ากระเป๋าเป้ที่เอามาซ่อนที่หลังเบาะตั้งแต่เมื่อคืนออกมาเช็ค...
แผ่นกระดาษสีขาวถูกคลี่ออก มีรูปเขากำลังยิ้มแป้นตาหยีแปะอยู่ตรงหัวกระดาษอย่างเรียบร้อย คนตัวสูงไล่สายตาอ่านข้อความบนหัวกระดาษในใจ
‘ใบสมัครออดิชั่น ตามล่าหาดาวจรัสแสงกับ SMTOWN’
“ขับระวังๆนะ อนยูอ่าลื้อยังต้องสืบทอดกิจการ ‘หอเจี๊ยะ รามยอน’อยู่นะ”
นึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อ คนตาตี่ก็ทำหน้ายู่กับตัวเอง จะให้สืบทอดกิจการเหรอ~เฮอะ! ฝันไปเถอะ! เขาน่ะมีความฝันอยู่นะ!!
มองไม่เห็นหรอกภาพตัวเองกำลังลวกเส้นบะหมี่น่ะ อนยูคนนี้เห็นแต่ตัวเองกำลังร้องเพลงท่ามกลางผู้คนมากมายที่มองมาอย่างชื่นชมต่างหาก เขาไม่ยอมสืบทอดกิจการอย่างที่ป๊าหวังหรอก ต่อให้ต้องทะเลาะกันหลายครั้งก็เถอะ อย่างมาออดิชั่นครั้งนี้ ป๊ารู้ทันถึงกับยืนกรานว่าถ้าแอบไปเมื่อไหร่ได้มีเรื่องใหญ่แน่....แต่เรื่องอะไรจะยอมล่ะ โอกาสมาทั้งทีไม่คว้าไว้ได้ที่ไหน!!
“อ๊ะ ใกล้ถึงเวลาแล้วนี่นา!!” พับใบสมัครแล้ววางไว้หน้ารถ ก่อนจะเป่าลมหายใจยาวเรียกกำลังใจให้ตัวเอง
“สู้เขาอนยู!!!”
รอก่อนเถอะ SMTOWN ดาวจรัสแสงตัวจริงอยู่นี่แล้ว~!!!
@Replay@Replay@Replay@Replay@Replay@
ณ SMTOWN
เจ้าของมือขาวที่แปะทาบลงบนกระจกใสข้างตึกกำลังชะโงกมองหาอะไรบางอย่างข้างนอก ตาโตใสแป๋วกำลังกลอกไปทางซ้ายสลับกับขวาพร้อมกับเอียงคอตามไปด้วย แก้มใสพองลมออกอย่างหงุดหงิด ก่อนจะตามมาด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นจนหน้ายุ่งเมื่อพบว่าเป้าหมายไม่ยักกะอยู่อย่างที่คิดไว้ ท่าทางจริงจังเสียจนคนที่เดินผ่านต้องหยุดมอง เพราะภาพตรงหน้าน่ารักชนิดเอามีดมากระซวกตอนกำลังมองอยู่ก็ยังลืมล้ม!
“นี่ๆ เด็กคนนั้นน่ารักจังเลยอ่ะ”
“ไหนๆ ต๊ายยย น่ารักจริงด้วย สงสัยมาออดิชั่นมั้ง ชั้นว่าแค่หน้าตาก็ลอยลำแล้วนะเนี่ย อุ๊ย ตายแล้ว ทรงเห็ด ฮะๆ~นี่ถ้าไม่น่ารักทำไม่ขึ้นนะเนี่ย”
“เหมือนกำลังหาอะไรอยู่นะเธอ ดูสิ”
“นั่นสิ เข้าไปทักดีไหม~”
“หาอะไรอยู่เหรอจ๊ะ ให้พวกพี่ช่วยหาไหม” เสียงทักของหนึ่งสาวแท้กับหนึ่งสาวเทียมเรียกความสนใจของคนที่ก้มๆเงยๆหาอะไรบางอย่างหลังเก้าอี้ เจ้าของทรงผมหัวเห็ดเงยหน้ามาสบตากับต้นตอของเสียง ก่อนจะคลี่ยิ้มให้
[ลี แทมิน : 16 ปี ]
“ผมหาเจ้าเหมียวของผมน่ะฮะ” อ่อก…ของผมนะฮะ…ของผมนะฮะ…อะไรของผมนะ หูมันอื้อไม่ทันฟัง รู้แต่น่าร๊ากกกกก!!
“น้องชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” อยู่ๆก็ถามซะงั้น แต่โอย จะเป็นลม มองใกล้ๆแล้ว ค...โคตรน่ารัก!!!!!!
“ผมชื่อลีแทมินฮะ นูน่า”
น....นูน่า ? หนึ่งสาวแท้ฟังแล้วถึงกับเซทรงตัวไม่ไหวจนเพื่อนต้องคอยพยุง น....นูน่า~โอ้ยยย เพิ่งรู้สึกว่าคำนี้มันรื่นหูก็วันนี้แหละ
“ว่าแต่กำลังหาอะไรนะจ๊ะ บอกนูน่าอีกทีได้ไหม เดี๋ยวจะช่วยหา”
“เจ้าเหมียวน่ะฮะ ผมกำลังหาเจ้าเหมียวอยู่ นูน่าเห็นหรือเปล่าฮะ” กระตือรือร้นขึ้นมาทันที รอคำตอบอย่างมีความหวัง
“เอ๋ สัตว์เลี้ยงเหรอจ๊ะ เอาเข้ามาได้ด้วยเหรอ ยามให้ผ่านด้วยเหรอเนี่ย”
“เอ๋ เขาจะไม่ให้ผ่านเหรอฮะ” มีสีหน้ากังวลใจ ก่อนจะเงยหน้ามาถาม “ทำไมอ่ะฮะ?”
อย่า…มา….ถาม…ว่า…ทำไมอ่ะฮะ…แล้ว…เอียง…คอ…รอ….คำตอบ….ตาแป๋ว…ได้…ไหม
นี่ขนาดคิดในใจเฉยๆยังเค้นแต่ละคำออกมาอย่างยากเย็น ก็ว่าตัวเองไม่ได้แก่เท่าไหร่นะ แต่ทำไมใจสั่นแถมรู้สึกเหมือนความดันจะขึ้น
“นูน่า?…ตกลงว่าทำไมอ่ะฮะ?” ยังรอฟังคำตอบอย่างสงสัย
แป๊บนะจ๊ะเดี๋ยวพี่ตอบให้ ขอเวลาไปกระชากสติกลับมานิด โอเค พร้อม!
“ก…ก็มันเป็นกฎหน่ะจ๊ะ” ฟังจบ แทมินถึงกับหูหางตก ทำหน้าหงอย
“แต่มันน่ารักมากเลยนะฮะ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้มันวิ่งเล่นอยู่ที่ไหน ไม่มีเจ้าเหมียว ผมเต้นไม่ออกแน่ๆทำไงดี” มีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด
ข...ขอมีด...ขอมีด...
อยากได้มีดมาปักขา น้องจ๋าทำหน้าแบบนี้รู้ไหมว่าโคตรน่ารัก!!!
โอ๊ย น้องแทมินขา...พี่สาวขอจ้างชั่วโมงละสองร้อยมายืนตาปรอยน้ำตาซึมให้ดูซักสามวันได้ไหมจ๊ะ
แต่เด็กน้อยไม่แค่ซึม...ตอนนี้ตาแดงๆแล้วนี่สิ ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่นา แทมินน่ะไม่มีความมั่นใจเลยถ้าเกิดว่าไม่มีเจ้าเหมียวอยู่ข้างๆ ไม่มีเจ้าเหมียวคอยดูแทมินเต้น แทมินออดิชั่นไม่ได้ถ้าขาดมันจริงๆนะ ฮึก~
“อ๋าๆๆๆๆๆ อย่าร้องน้า เดี๋ยวพวกพี่ช่วยหานะจ๊ะ มันเป็นยังไงเหรอ เจ้าเหมียวน่ะสีอะไรเหรอจ๊ะ”
“สีเขียวฮะ!!”
สีเขียว =___= ? เอ๊ะ แมวบ้าอะไรสีเขียว อยากจะถามให้หายสงสัยแต่เห็นสายตาวิ๊งๆแบบเด็กมีความหวังส่งมา เหล่าอาจุมม่ารวบรวมสติที่กระเจิงแล้วก็แยกย้ายกันออกไปหาเจ้าเหมียวให้น้องแทมิน...
แหม พันธุ์อะไรกันน้าสีเขียวเนี่ย อาจจะเป็นพันธุ์จากเมืองนอกก็ได้น้า....ทันทีที่คิด ภาพสามมิติเพ้อพกก็ลอยขึ้นในหัว อร๊างงง น้องแทมินกำลังลูบขนแมวฟูๆหน้าตาขี้อ้อน....อร๊างงงง น้องเอาแก้มแดงๆไปถูกับเจ้าเหมียว....อร๊างงงงง น้องกำลังโดนแมวเลียหน้าแล้วหัวเราะคิกคัก....อร๊างงงงง(เพ้อ.....)
"อ้าวเจ้าเหมียว มายืนตาปรือตัวเขียวอยู่นี่เอง"
อุ๊ยหาเจอแล้วเหรอ .....นี่ยังไม่ทันได้หาเลยนะเนี่ย สองสาวหันขวับไปตามเสียงใสๆที่ร้องขึ้นมา แต่......
สองสาวถอยหลังสามก้าวแบบอัตโนมัติ อูย......เจ้าเหมียว แม่งตัว....เขียว...เอ่อ เขียว เขียวจริงๆด้วยว่ะ
น้องแทมินที่ท่าทางดีใจอุ้มเจ้าเหมียวแล้วรีบวิ่งมาหา ไอ้รักเด็กมันก็รักหรอกนะ แต่เจอเด็กอุ้มเจ้าเหมียวตัวเขียวในระยะประชิดแบบนี้....เป็นนางงามก็ขอเขวี้ยงมงกุฏทิ้งชั่วคราวล่ะนะ...น้องขาาาาาา ใครให้ตั้งชื่อไอ้ตัวอุบาทนั่นว่าเจ้าเหมียวคะคุณน้อง!!!!!!
น้องแทมินยิ้มกว้างพลางอุ้มเจ้าอีกัวน่าขยะแขยงเอาไว้ ตัวมันโตยังกะหลุดออกมาจากป่าไหน ทำตาโปนไม่พอแถมแลบลิ้นแพล่บๆอย่างน่าหวาดเสียวอีก เจ้าของลำตัวตะปุ่มตะป่ำดูเหนอะหนะใช้ตีนหนืดๆของมันตะกายใส่ไหล่น้องแทมิน คนตัวเล็กหัวเราะคิกคักแล้วเอามือลูบผิวสากๆไปมาอย่างรักใคร่.....
นะ...เนี่ยนะ....เจ้าเหมียว?
แต่อุ๊ย จริงๆดูไปดูมาแต่พอน้องแทมินอุ้มก็ให้ฟีลยังกะกำลังอุ้มตุ๊กตาคิตตี้นะเนี่ย ยิ่งน้องหัวเราะ จากมองว่าเขียวๆอี๋ๆก็ดูจะมีประกายระยิบระยับขึ้นมาทันทีเหมือนกันนะเนี่ย (เป็นเอามาก)
“แต่ว่าน้องแทมินเอามันเข้าไปออดิชั่นด้วยไม่ได้นะจ๊ะ” เออ ใช่! ถึงจะมีสกุลเวลาน้องแทมินอุ้มก็เถอะ แต่ขืนเอาเข้าไปในห้องออดิชั่นด้วยก็คงมีหวัง...
“จะให้ผมทิ้งมันเหรอฮะ” เงยหน้ามาถามตาแดงๆ
“อ่า ไม่ได้ให้ทิ้งน้า แค่เอาไปฝากไว้กับพี่ยามก่อนดีไหม จริงๆตอนเข้าเขาน่าจะบอกนี่นา”
แทมินเงียบไป ก้มหน้าทำหน้าหงอย
“จริงๆแล้วพี่ยามหน้าประตูก็บอกเหมือนกันว่าผมไม่ได้รับอนุญาตให้เอาเจ้าเหมียวเข้ามา แต่ว่าผมรอตอนเขาเผลอน่ะฮะ” ช้อนตาสารภาพเสียงอ่อยเหมือนเด็กโดนดุ เห็นแล้วมันอยากจะ….อยากจะ….ฮึ้ยยยยยย
“ไม่ได้จริงๆเหรอฮะ? ไม่มีมันผมเต้นไม่ได้จริงๆนะฮะ” เหมือนแมวน้อยที่หูหางตกแบบนี้ใครมันจะใจร้ายใจดำลงคอกัน แล้วนั่นๆ ช้อนตามองเหมือนขอความเห็นใจแบบนี้…พี่ว่าต่อให้น้องไปยืนตาปรอยถือไอ้ตัวน่าเกลียดนี่ต่อหน้าคณะกรรมการแบบเฉยๆโดยไม่ต้องเต้นหรือร้องซะแอะ พี่ก็ว่าน้องจะผ่าน!!
“งั้นนูน่าว่า…เอาอย่างนี้แล้วกันนะ”
@Replay@Replay@Replay@Replay@Replay@
เสียงเครื่องรถยนต์ยุโรปคันใหญ่ถูกดับลงพร้อมกับประตูรถถูกเปิดออก ขายาวที่เบี่ยงลงก้าวพ้นจากตัวรถเผยให้เห็นรองเท้าราคาแพง เช่นเดียวกับกางเกงขาเดฟเข้ารูปสีดำสนิท เพียงแค่คนที่เพิ่งก้าวลงจากรถขยับตัวยืนเต็มตัว แสงแดดที่สะท้อนกับเสื้อสีส้มแปร๊ดก็สะท้อนจนถ้าใครกำลังมองอยู่คงต้องหลับตาหยี ภายใต้เสื้อสีส้มแสบตานั้นเป็นเสื้อกล้ามสีชมพูเนื้อบาง คอเสื้อกว้างคว้านลึกเปิดให้เห็นถึงผิวกายขาวๆ ใบหน้าเรียวได้รูปหันมามองเงาสะท้อนของตัวเองที่สะท้อนจากกระจก
ดูดีอะไรขนาดนี้….
[คิม คิบอม : 17 ปี ]
หลังจากชื่นชมความดูดีของตัวเองพอเป็นพิธีก็หันไปสั่งคนขับรถ “กลับไปได้แล้ว แล้วมารับผมอีกทีตอนเย็นแล้วกัน” ก่อนจะเดินเข้าไปในตึก ถามข้อมูลที่เคาท์เตอร์เล็กน้อย ส่องสายตามองไปรอบๆหาคนที่นัดไว้ แต่พอหาไม่เจอแม้แต่เงา มือสวยก็หยิบมือถือขึ้นมา
คิบอมมองถือมือในมืออย่างพึงใจ โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุด บางเฉียบ ดีไซน์ล้ำยุค รุ่นลิมิเตทมีเพียงห้าเครื่องที่เกาหลี เท่าที่คิบอมจำได้…ลูกรัฐมนตรีกับประธานบริษัทหุ้นส่วนจำกัดอะไรซักอย่างก็มีรุ่นนี้เหมือนกัน…ถึงมันจะซ้ำกับคนอื่นบ้างอะไรบ้าง แต่กรอบมือถือฝังเพชรที่เขาสั่งทำเป็นพิเศษจากสวิสอันนี้คาดว่าคงไม่ซ้ำใครล่ะมั้ง…มือสวยกดโทรออก รอไม่นานปลายสายก็รับ
“มินโฮ นายอยู่ไหนวะ อย่าบอกนะว่ายังไม่ตื่นน่ะ” ถามเสียงคาดคั้น ปกติมินโฮมันขี้เซาบ้างอะไรบ้าง วันสอบไฟนอลมันยังไม่ยอมตื่นเลย มาสอบก็สาย แต่ไม่รู้ทำไม เพราะถึงแม้มันจะงัวเงียมาเข้าสอบในสามสิบนาทีสุดท้ายมันก็ยังได้ที่สองของระดับชั้นอยู่ดี
อ๊ะ แน่นอน….ถ้าถามว่าใครได้ที่หนึ่งล่ะก็…ก็ต้องเป็น คิม คีบอมคนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
คนมันฉลาดบ้างอะไรบ้าง(ยักไหล่)อย่าถามเชียวว่าไอคิวเขาสูงเท่าไหร่ ไม่อยากจะคุย~
“อะไรนะ! กระเป๋าเงินหาย ใบสมัครที่พับไว้ในนั้นก็หาย โดนล้วงงั้นเหรอ”
“ไปแจ้งที่เคาท์เตอร์สิ แล้วนี่อยู่ไหนเนี่ย ชั้นจะได้ไปหา.....อ่ะโอเคๆ งั้นเจอกันหน้าลิฟท์แล้วกัน”
คงไม่มีปัญหาหรอกมั้ง คนตัวบางยักไหล่ ไม่คิดเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเพื่อนเลยซักนิด ก็จะเดือดร้อนทำไม เจ้าของมันยังเล่าด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเหมือนไม่ใส่ใจอยู่เลย
มินโฮรวย (แหงล่ะ เขารวยกว่า) แค่กระเป๋าเงินหายบ้างอะไรบ้างคงไม่ได้ร้อนใจอะไร นี่เขาบอกหรือยังว่ามินโฮยังเป็นนายแบบอีกด้วย (จริงๆแมวมองก็เคยมาชวนเขาเหมือนกันนะ แต่เขาไม่ชอบน่ะ) คงไม่ต้องบอกว่าหน้าตาระดับไหน…จริงๆหน้าตาดีแถมยังรวยอย่างหมอนั่น แค่คณะกรรมการเห็นนามสกุลในใบสมัคร ชื่อก็นอนรอเป็นหนึ่งในห้าที่ผ่านออดิชั่นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ดี ถ้ามินโฮได้เซ็นสัญญาด้วยอย่างน้อยเขาก็จะมีเพื่อน
เพราะแน่ล่ะ….เขามั่นใจว่าตัวเขาก็ติดแน่ๆเหมือนกัน คงไม่มีกรรมการคนไหนตาถั่วไม่คว้าเพชรเม็ดงามอย่าง คิม คิบอมคนนี้แน่นอน
มินโฮบอกว่าจะมาเจอหน้าลิฟท์หลังจากติดต่อเคาท์เตอร์เรียบร้อยแล้ว คิบอมเลยเดินไปรอเพื่อนที่นั่น ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาออดิชั่นเต็มทีแล้วคนเลยยืนอออยู่หน้าลิฟท์ ร่างโปร่งถอยออกมาริมๆเพื่อให้คนอื่นเข้าไปในลิฟท์ก่อน
โอ๊ะ!...
ร่างบางเซเพราะมีคนวิ่งชน ตาเรียวจิกสายตาใส่คนที่บังอาจ…ไม่บังอาจธรรมดา แต่มาก! มาก! ด้วย จะด้วยความรีบร้อนหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ตั้งกว้างยังมาโง่มาชนอีก!
“โทษที!”
แถมยังขอโทษแบบขอไปที แล้วนั่นถ้าไม่เข้าลิฟท์แล้วจะรีบไปไหน
วิ่งไปทางห้องน้ำ? ….หึ สงสัยจะข้าศึกทะลวงด่าน ดี! ขอให้มันจู๊ดๆไปออดิชั่นไม่ไหว สาธุ!!
ยืนสาปแช่งพอหนำใจ ก่อนที่จะมีใครบางคนเดินดุ๊กๆมายืนข้างเขา อะไรบางอย่างดึงดูดให้คีบอมหันไปมองคนข้างตัว
น่ารัก~ คำแรกเลยที่ผุดเข้ามาในความคิดขณะที่เห็น คนตาเรียวหรี่ตามมองเจ้าของดวงตาโตๆ กับแก้มขาวเนียน ถึงแม้จะไว้ทรงแปลกๆบ้างอะไรบ้างก็เถอะ แต่ก็น่ารักสะดุดตาจนต้องเหลียวมอง…
นี่ล่ะมั้ง ที่พอจะเรียกได้ว่าคู่แข่งได้หน่อย เพราะเมื่อกี๊ลองประเมินจากที่ผ่านสายตาไป ยังไม่เจอคนไหนที่มีรัศมีสู้เขาได้เลยซักคน!! นี่ถือว่าแน่จริงนะเนี่ย ไม่งั้นไม่มีทางได้รับคำชมจากปากของคิม คิบอมแน่ๆ
แล้วนี่เด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายนะ?
ว่าแต่เอ่อ…………ทำอะไรวะนั่น
คีบอมมองคนน่ารักที่ท่าทางมีพิรุธอย่างสงสัย เด็กนี่เหลือบมองทางขวาแล้วก็เหลือบมองทางซ้ายก่อนจะเขยิบตัวไปชิดริมผนังใกล้ลิฟท์ กอดกระเป๋าสีดำใบใหญ่แน่น พอซักพักคีบอมก็เห็นคนตัวเล็กเปลี่ยนไปซุกหลังป้ายโฆษณาใกล้ๆลิฟท์ เอิ่ม…ทำยังกะมันจะบังมิดนะนั่น
“………ไปซ่อนตรงนั้นทำไมอ่ะ” อดถามไม่ได้ หน้าตาน่ารักก็จริง แต่เต็มหรือเปล่าวะ
“เอ๋…ผมไม่ได้ซ่อนนะฮะ?” ส่ายหน้ารัว แต่กลับยิ่งกระเถิบเข้าไปใกล้ป้ายเข้าไปใหญ่
ผม? อ้าวเด็กผู้ชายนี่เอง
แทมินมองไปที่คีบอมอย่างแคลงใจ พวกพี่สาวบอกว่า ถ้าอยากจะเอาเจ้าเหมียวเข้าไปด้วยให้เอาเจ้าเหมียวใส่กระเป๋าแล้วซ่อนไว้อย่าให้ใครรู้ โดยเฉพาะถ้าเห็นยามต้องเดินให้ห่าง แต่พวกพี่สาวไม่ได้บอกให้แทมินอย่าทำตัวเลิ่กลั่ก เพราะงั้นไอ้ท่าทางกอดกระเป๋าแน่นแล้วเหลือบมองระแวงคนอื่นไปทั่วเนี่ย….มันยิ่งทำให้น่าสงสัยนะน้องแทมิน
รอไม่นานลิฟท์ก็มาอีกครั้ง คีบอมยืนเฉย ในขณะที่แทมินละล้าละลังว่าจะเข้าไปดีไหม
“ไม่เข้าไปเหรอฮะ” หันไปถามร่างโปร่งที่ยังคงยืนนิ่ง
“ไม่ล่ะ ขี้เกียจขึ้นไปรอบ้างอะไรบ้าง อีกอย่าง…ฉันรอเพื่อนอยู่”
แทมินยิ้มกว้างทำท่าเหมือนนี่แหละโอกาสทอง! ก่อนที่จะรีบพาขายาวๆก้าวเข้าไปในลิฟท์ กำลังจะกดปิดลิฟท์อยู่แล้วเชียว แต่ทว่า…
“เดี๋ยวๆ รอด้วยๆ” เสียงร้องดังขึ้น แทมินเงยหน้ามามอง โอ๊ะ!! นั่นยาม!!!
แทมินตาโตอย่างตกใจ ไวเท่าความคิดมือเล็กรีบพุ่งไปกดปุ่มปิด แต่เพราะรีบมากไปหน่อยก็เลยแทนที่จะได้ปิด กลับไปเปิดซะนี่ ลุงยามที่หอบฮัก หันไปทางแทมินแล้วก็ทำท่าจะขอบคุณ
“เอ้อ ขอบใจมากเลยนะไอ้หนูที่” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ไอ้เด็กตัวเล็กมันก็รีบวิ่งออกมาจากลิฟท์แทบจะเป็นวิ่งหนี
“อ…อ้าว ไม่ไปแล้วเรอะ!”
แทมินส่ายหน้ารัว “ไม่เป็นไรฮะ ผม…ผมจะอยู่นี่อีกซักพัก” ว่าแล้วก็กลับไปซุกอยู่หลังป้ายเหมือนเดิม พร้อมกับพึมพำกับกระเป๋าในอ้อมแขนด้วยเสียงที่เบามาก
ทุกอย่าง อยู่ในสายตาของคิม คิบอม
ร่างโปร่งตัดสินใจค่อยๆถอยหลังออกห่างจากแถวนั้น แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทรออก กระซิบกับโทรศัพท์เสียงกังวล
“มินโฮอยู่ไหนแล้ววะ……………..นายรีบมาเลยนะ ตอนนี้ชั้นอยู่กับคนบ้าว่ะ”
@Replay@Replay@Replay@Replay@Replay@
"อะไรฟะมีเเต่บัตรเครดิต! เงินสดไม่พกเลยเหรอวะไอ้หมอนี่!" หลังจากทั้งพลิก ทั้งคว้านจนทั่วทุกซอกทุกมุมของกระเป๋าราคาแพงก็พบเงินสดไม่ถึงหมื่นวอน นอกนั้นมีแต่บัตรเงินบัตรทองหลายใบเต็มไปหมด โธ่เอ๊ย! ไอ้พวกคนรวยนี่ทำไมไม่พกเงินที่เป็นแบงค์ๆมากกว่านี้ว้า
แทบอยากจะเขวี้ยงกระเป๋าใส่ประตูห้องน้ำระบายอารมณ์ เจ้าของใบหน้าหล่อคมเริ่มขมวดคิ้วเครียดพร้อมกับยกเข่าขึ้นมานั่งขัดสมาธิกับโถชักโครก ก่อนจะเอากระเป๋าเจ้ากรรมตีลงไปบนหัวเข่าซ้ำไปซ้ำมาอย่างใช้ความคิด
"เฮ้อ เเล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าห้องวะเนี่ย~" ถอนหายใจ ยัยป้าเจ้าของห้องก็ทวงเช้าทวงเย็น ขู่ว่าจะโยนของออกจากห้องอยู่เนี่ย เฮ้อ กลุ้มว้อยยยยย
[ คิม จงฮยอน : 18 ปี ]
ตาคมพิจารณากระเป๋าในมืออีกที จริงๆแล้วใบนี้ก็น่าจะมีราคานะเนี่ย ถ้าเอาไปขายคงได้เงินหลายอยู่ แต่คนอย่างคิมจงฮยอนไม่ประมาทพกของกลางไปไหนมาไหนในที่เกิดเหตุหรอก ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ต้องทิ้งมันไว้ในถังขยะในห้องน้ำนี่แหละ
คิดแล้วก็ทำท่าจะโยนกระเป๋าราคาแพงทิ้งไปอย่างที่ควรจะทำ แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นใบอะไรบางอย่างสีขาวลอดออกมา ตอนแรกไม่ทันสังเกตเพราะว่ามัวแต่สนใจหาเงิน อา แล้วใบอะไรนะ
อ้อ ใบสมัครออดิชั่น
ชเว มินโฮ?
อะฮ้า สกุลชเวซะด้วย หมอนี่ต้องรวยแหงๆ โอ๊ะ มีรูปแปะด้วยแฮะ เมื่อกี๊ตอนแกล้งชนเพื่อขโมยกระเป๋าไม่ทันได้มองดีๆว่าหน้าตาเป็นยังไง จำได้แค่สูงๆ แต่อ่ะโด่ ดูแล้วหน้าตาก็งั้นๆแหละ ไม่ได้หลงตัวเองนะ สาบานเลยก็ได้เอ๊า! ว่าเขาหล่อกว่าตั้งเยอะ
“ถ้าไม่มีใบนี่ ไอ้หมอนี่มันจะเข้าไปออดิชั่นได้ป่ะว้า” เริ่มเป็นกังวล…นิ่งคิดก่อนจะส่ายหัว ช่างสิ ไม่เกี่ยวกับเรานี่หว่า
แต่…..ไม่เกี่ยวที่ไหนล่ะ ก็ไปล้วงเขามาทั้งกระเป๋าแบบนี้ คนหน้าทะเล้นนิ่งจ้องใบออดิชั่นอย่างใช้ความคิด…ออดิชั่นเป็นนักร้องอย่างนั้นเหรอ…
ที่จริง…………เขาเองก็เคยฝันถึงมันเหมือนกันนะ
นิ่งจมกับความคิดอยู่หลายนาที ก่อนที่จะรู้สึกตัว จงฮยอนส่ายหัวไล่ความคิด เอาน่ะ! วันนี้อย่าคิดอะไรมากเลย นักร้องอย่างนั้นเหรอ จงฮยอนแกจะเพ้อฝันมากเกินไปแล้ว วันนี้แกแค่ต้องคิดเรื่องว่าจะหาเงินค่าเช่าห้องไปจ่ายให้มีที่ซุกหัวนอนต่อไปยังไงก็พอ
ส่วนไอ้ใบนี่………..................ก็เอาไปฝากให้ที่เคาท์เตอร์แล้วกัน เดี๋ยวเขาก็เอาไปให้ไอ้หมอนั่นเอง จงฮยอนคนนี้มีน้ำใจใช่ไหมล่า~แต่จะคืนแค่เฉพาะใบออดิชั่นนะ ส่วนของที่เหลือก็ปล่อยให้มันพักผ่อนในถังขยะไปแล้วกัน คนมีน้ำใจ(?)มองไว้อาลัยกระเป๋าใบแพง แล้วค่อยๆปล่อยมันลงถังขยะ ทำท่าอาเมนหนึ่งที ก่อนจะเกิดประตูห้องน้ำออกไป
"ไปหารายใหม่ดีกว่า"
อัชช่า~ขอให้ผลบุญของการเอาใบนี่ไปคืน ทำให้เขาได้เหยื่อเป็นเจ้าของกระเป๋าตุงๆเป็นรายต่อไปด้วยเถิ๊ด~สาธุ
.
.
.
.
จงฮยอนผิวปากออกจากห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้รู้เล้ย......สมัยนี้ผลบุญมันตามทันไวพอๆกับผลกรรมเลยล่ะจงฮยอนเอ๋ย
@Replay@Replay@Replay@Replay@Replay@
........Pause
Talk น้องมินโฮสุดเลิฟขอเปิดตัวคราวหน้านะคะ ^^
edit @ 7 Dec 2008 00:16:33 by diy@SHINee
edit @ 8 Dec 2008 00:36:13 by diy@SHINee
edit @ 8 Dec 2008 14:02:22 by diy@SHINee